รวบรวมเทคนิคการลดความอ้วน
Monthly Archives: February 2012

เทคนิคออกกำลังกายเพื่อให้หุ่นดี

by admin

เทคนิคออกกำลังกายเพื่อให้หุ่นดี

(แทรกรูปไม่ได้)

          ถ้าคุยอยากหุ่นดีแล้วล่ะก็ ควรออกกำลังกายเป็นประจำนะ คะ วันนี้เรามีวิธีออกกำลังกายอย่างง่ายๆ มาฝากค่ะ ทุกคนหุ่นดีและสุขภาพดีกันถ้วนหน้าค่ะ…

>>  ออกกำลังกายโดยปั่นจักรยาน
อาจจะเป็นการปั่นขึ้นไปบนเนิน ปั่นขึ้นเขา หรือปั่นบนสนามหญ้าก็ได้เช่นกันค่ะ การปั่นจักรยานเหมาะสำหรับที่กำลังต้องการลดบั้นท้าย และต้นขาค่ะ

>>  ออกกำลังกายโดยกระโดดเชือก
การกระโดดเชื่อสามารถทำได้ง่ายมากๆ เลยล่ะค่ะ และไม่ต้องเปลืองพื้นที่ด้วยค่ะ แต่ประโยชน์ที่ได้มากกว่าที่คิดเลยค่ะ นอกจากจะช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณต้นขาและสะโพกแล้ว ยังเป็นการกำจัดน้ำหนักส่วนเกินได้อีกด้วยค่ะ (หากเรากระโดดเชือก 25 นาที สามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้ 350 แคลอรี่ เลยล่ะค่ะ) สามารถช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงอีกด้วยค่ะ เพราะจะทำให้ห่างจากโรคกระดูกผุบางเมื่อยามเราแก่ตัวลงไปค่ะ

>>  ออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำหรือแอโรบิคในน้ำ
การว่ายน้ำสามารถกระชับกล้ามเนื้อได้ทุกส่วนในร่างกาย ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และน้ำยังช่วยโอบอุ้มให้เกิดอ่อนโยนต่อผิวของเรามากกว่าการออกกำลังกายอย่างอื่นด้วยล่ะค่ะ เราสามารถเลือกว่ายท่าไหนก็ได้แล้วแต่ความชอบและความถนัดของเราเอง เนื่องจากแต่ละท่ามีข้อดีแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น..

  • ท่ากบ
    กระชับกล้ามเนื้อหน้าอก ต้นแขน และต้นขาด้านใน
  • ท่าผีเสื้อ
    บริหารไหล่
  • ท่าฟรีสไตล์
    บริหารกล้ามเนื้อขา

ส่วนข้อเสียของการว่ายน้ำก็มีเช่นกันนะคะ นั่นคือ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกได้น้อยกว่าการวิ่ง หรือการกระโดดนั่นเองค่ะ

>>  ออกกำลังกายโดยเล่นโยคะ
การเล่นโยคะเป็นการออกกำลังกายที่อ่อนโยน นุ่มนวล และยืดหยุ่นค่ะ ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายเท่านั้นนะคะ ยังชางบทำให้คุณดูอ่อนวัยขึ้น ผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวล และบำบัดอาการเจ็บป่วยได้อีกด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหลัง นอนไม่หลับ และช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้อีกด้วยค่ะ

>>  ออกกำลังกายโดยการวิ่ง
การวิ่ง เป็นการออกกำลังที่ทำให้ขาและน่องแข็งแรงได้รูปค่ะ โดยเฉพาะสาวคนไหนที่ปัญหาต้นขาโต หรือน่องทู่ เต็มไปด้วยเซลลูไลต์ ถือว่าเหมาะมากๆ หากในขณะที่คุณวิ่งแล้วแกว่งแขนไปด้วย จะสามารถช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าอกของคุณไปในตัวด้วยค่ะ ใครที่กังวลว่าเมื่อวิ่งแล้วจะทำให้นมของคุณหย่อนยาน ก็เลิกกังวลได้แล้วนะคะ เพราะข้อดีอีกอย่างของการวิ่ง ก็คือ สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกได้ด้วยค่ะ

  • เคล็ดลับสำหรับนักวิ่งมือใหม่
    เมื่อคุณเริ่มต้นวิ่งครั้งแรก คุณไม่ควรจะหักโหมมากนะคะ อาจจะเริ่มต้นที่ระยะทาง 100 เมตรก่อนก็ได้ จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ค่ะ

>>  ออกกำลังกายโดยการเดิน
การออกกำลังกายวิธีนี้สามารถทำได้ง่ายค่ะ การเดินเล่น เดินไปเดินมา หรือเดินขึ้นลงบันไดก็ตาม ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายเช่นกันค่ะ ถ้าหากเราได้เดินท่ามกลางธรรมชาติ และได้รับอากาศสดชื่นแล้วล่ะก็ จะช่วยทำให้เราสบายกายสบายใจมากขึ้นค่ะ และที่สำคัญการเดินยังช่วยบริหารปอดและหัวใจของเราให้แข็งแรง ช่วยกระชับกล้ามเนื้อและลดไขมันต้นขาได้อีกด้วย

  • คำแนะนำสำหรับมือใหม่
    คุณควรจะเริ่มต้นเดินในช่วงแรกๆ สักประมาณ 15 นาที ก่อนนะคะ เป็นระยะทาง 1.5 กิโลเมตร จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มเวลาให้นานขึ้น จากสัปดาห์ละ 15 นาที ไปจนสามารถเดินได้ 45 นาทีในสัปดาห์ที่ 3 และได้ระยะทาง 5 กิโลเมตร ค่ะ และสำหรับคนที่ไม่มีเวลาว่างนัก คุณแค่เดินให้มากขึ้นกว่าเดิม หรือเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟท์ เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยบริหารหัวใจ และทำให้ขาของคุณสวยขึ้นได้แล้วล่ะค่ะ

สาเหตุที่ทำให้เราอ้วน

by admin

สาเหตุที่ทำให้เราอ้วน

(แทรกรูปไม่ได้)

>> ประเภทของโรคอ้วน สามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิด ดังนี้

  • อ้วนทั้งตัว (generalized obesity)
    ได้แก่ คนอ้วนที่มีไขมันทั้งตัวมากกว่าปกติกระจายตัวอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยรอบ มีทั้งลงพุงและสะโพกใหญ่ รวมถึงมีโรคแทรกซ้อนทุกอย่างดังกล่าว และโรคที่เกิดจากน้ำหนักตัวมากโดยตรง เช่น โรคทางไขข้อ ปวดข้อ ข้อเสื่อม ปวดหลัง เหนื่อยง่าย หายใจลำบากเพราะไขมันสะสม ทำให้ระบบหายใจ ทำงานติดขัด
  • อ้วนแบบลูกแพร์ (pear-shape obesity)
    หรืออ้วนชนิดสะโพกใหญ่ ส่วน ใหญ่เป็นลักษณะที่พบในเพศหญิง โดยจะมีไขมันสะสมอยู่มากบริเวณสะโพกและน่อง อ้วนลักษณะนี้ยากต่อการลดน้ำหนักแต่โอกาสที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ จะน้อยกว่าชนิดแรก
  • อ้วนแบบลูกแอปเปิ้ล (appl- obesity) หรืออ้วนลงพุง (central obesity)
    คือ คนอ้วนที่มีรอบเอวใหญ่กว่ารอบสะโพก เกิดจากมีไขมันสะสมมากในช่องท้องและอวัยวะภายในไขมันที่อยู่ในอวัยวะภายใน นี้จะเป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคความดันโลหิตสูง

สาเหตุสำคัญของโรคอ้วน เกิด จากการที่คนเราใช้พลังงานน้อยกว่าที่ได้รับจากการรับประทานอาหาร พลังงานที่ได้จึงมากเกินความต้องการในแต่ละวัน ทำให้ร่างกายเก็บสะสมพลังงานส่วนเกินไว้ในรูปไขมันตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

>> สาเหตุที่ทำให้เราอ้วน อาจจะเกิดจาก

  • นิสัยจากการรับประทานอาหาร
    คนที่มีนิสัยการรับประทานอาหารไม่ดี หรือที่เรียกกันว่ากินจุบจิบ ไม่เป็นเวลา ก็ทำให้อ้วนขึ้นได้
  • กรรมพันธุ์
    ถ้าพ่อและแม่อ้วนทั้งคู่ ลูกจะมีโอกาสอ้วนถึงร้อยละ 80 แต่ถ้าพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งอ้วน ลูกจะมีโอกาสอ้วนร้อยละ 40
  • การไม่ออกกำลังกาย
    ถ้า รับประทานอาหารมากเกินพอดี แต่ออกกำลังกายบ้าง ก็อาจทำให้ยืดเวลาความอ้วน แต่ถ้ารับประทานอาหารที่มากเกินพอดีแล้วนั่งๆ นอนๆ โดยไร้ซึ่งการยืดเส้นยืดสายในไม่ช้าก็จะเกิดการสะสมไขมันในร่างกาย
  • อารมณ์และจิตใจ
    มี บางคนที่รับประทานอาหารตามอารมณ์และจิตใจ เช่น กินเพื่อดับความโกรธแค้น กลุ้มใจ กังวลใจ คนเหล่านี้จะรู้สึกว่าอาหารทำให้ใจสงบ จึงยึดอาหารไว้เป็นสิ่งสร้างความสบายใจ แต่ในทางกลับกัน คนที่รู้สึกเสียใจ กลุ้มใจ กินอาหารไม่ได้ ถ้าในระยะเวลานานๆ ก็มีผลทำให้เกิดการขาดอาหารได้
  • เพศ
    ผู้หญิง อ้วนได้ง่ายกว่าผู้ชาย เพราะโดยธรรมชาติมักสรรหาอาหารมากินได้ตลอดเวลา อีกทั้งผู้หญิงจะต้องตั้งครรภ์ ทำให้น้ำหนักตัวมากขึ้น เพราะต้องกินอาหารมากขึ้นเพื่อบำรุงร่างกายและทารกในครรภ์ และหลังคลอดบุตรแล้วก็ไม่สามารถลดน้ำหนักลงให้เท่ากับเมื่อก่อนตั้งครรภ์ได้
  • อายุ
    เมื่ออายุมากขึ้น โอกาสที่จะอ้วนก็เพิ่มขึ้นทั้งผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งอาจเกิดจากการใช้พลังงานน้อยลง
  • กระบวนการทางเคมีที่เกิดกับร่างกาย
    กระบวนการทางเคมีที่เกิดกับร่างกาย
  • ยา
    ผู้ป่วยบางโรคจะได้รับสเตียรอยด์เป็นเวลานาน ทำให้อ้วนได้ และในผู้หญิงที่ฉีดยาหรือใช้ยาคุมกำเนิดก็ทำให้อ้วนได้เหมือนกัน
  • ความไม่สมดุลของร่างกาย
    กับความรู้สึกอิ่ม ความหิว ความอยากอาหาร เมื่อใดที่ความอยากกินเพิ่มขึ้น การบริโภคก็จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจถึงขั้นกินจุ และในที่สุดก็จะทำให้เกิดความอ้วน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคอ้วนลงพุง”

by admin

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคอ้วนลงพุง”

(แทรกรูปไม่ได้)

…รู้หรือไม่คะว่า “โรคอ้วนลงพุง” เป็นภาวะที่มีการสะสมของไขมันในช่องท้องมากเกินไปนั่นเองค่ะ เพราะเกิดจากการเผาผลาญอาหารผิดปกติ และไขมันหน้าท้องแตกตัวเป็นกรดไขมันอิสระได้ จะเป็นการไปยับยั้งกระบวนการเผาผลาญกลูโคสที่กล้ามเนื้อของเรา จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ความดันโลหิตก็จะสูงขึ้น ก่อให้เเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ตีบ หรืออุดตันได้ค่ะ เราสามารถพิจารณาโรคอ้วนลงพุง ได้ดังนี้ค่ะ…

>> น้ำหนักตัวที่เหมาะสมเทียบกับส่วนสูง

  • น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงเท่ากับ ส่วนสูง (เซนติเมตร) ลบ 110
  • น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ที่เหมาะสมสำหรับผู้ชายเท่ากับ ส่วนสูง (เซนติเมตร) ลบ 100

** ตัวอย่าง
เช่น เปิ้ลสูง 155 เซนติเมตร จะมีน้ำหนักที่เหมาะสม คือ 155-110 = 45 กิโลกรัม

>> ดัชนีมวลกาย

  • ดัชนีมวลกาย (กิโลกรัมต่อเมตร) = น้ำหนัก (กิโลกรัม) ต่อ ส่วนสูง (เมตร)
    - ดัชนีมวลกายที่เหมาะสมทั้งผู้หญิงและชาย คือ 18.5-22.9 กิโลกรัม/เมตร
    หรือจะเป็น…
    น้อยกว่า 18.5 หมายถึง ผอม
    มากกว่า 22.9-24.9 หมายถึง น้ำหนักเกิน
    มากกว่า 25 หมายถึง อ้วน

>> เส้นรอบเอว

  • ค่าปกติของเส้นรอบเอวสำหรับผู้หญิง ไม่ควรเกิน 80 เซนติเมตร หรือ 32 นิ้ว
  • ค่าปกติของเส้นรอบเอวสำหรับผู้ชาย ไม่ควรเกิน 90 เซนติเมตร หรือ 36 นิ้ว

สิ่งที่เป็นการวัดว่าเป็นโรคอ้วนลงพุงนั้น เราสามารถวัดได้จากเส้นรอบเอวร่วมกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ด้วยค่ะ มีสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามา ได้แก่ ความดันโลหิต 130/85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป, น้ำตาลในเลือดหลังงดอาหาร 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป, คอเลสเตอรอลชนิดดี (เอชดีแอล) ต่ำกว่า 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตรในผู้หญิง หรือต่ำกว่า 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตรในผู้ชาย และไขมันไตรกลีเซอไรด์สูง 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ขึ้นไป นั่นเองค่ะ

** วิธีควบคุมน้ำหนักเส้นรอบเอว
ความไม่สมดุลของพลังงานที่เราได้รับจากการทานอาหารนั้น หรืออาจจะเป็นพลังงานต่างๆ ที่ร่างกายของเราได้ใช้ไปในกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับประทานอาหารที่มาเกินความต้องการของร่างกาย ทำให้เกิดโรคอ้วนขึ้นด้วยค่ะ

>> วิธีประมาณความต้องการพลังงาน

  • ความต้องการพลังงาน (แคลอรี/วัน) = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) x 30
    ถ้าหากว่าคุณมีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ความต้องการพลังงานของคุณ ก็คือ 50 x 30 = 1500 แคลอรี/วัน นั่นเองค่ะ

** สรุป
ต้องได้รับพลังงาน 1500 แคลอรี/วันนะคะ เพื่อเป็นการรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ ในกรณีที่มีดัชนีมวลกายปกติ และโดยทั่วไป การทานอาหาร 3 มื้อ มื้อละ 500 แคลอรี ในความเป็นจริงแล้ว เราอาจรับประทานอาหารที่มีพลังงานมากในมื้อใดมื้อหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น มื้อเช้า หรือมื้อเที่ยง เป็นต้น และจะมีพลังงานน้อยลงในมื้อที่เหลือนั่นเองค่ะ

หลักที่สำคัญในการควบคุมความสมดุลของพลังงาน หรือการควบคุมปริมาณพลังงานของทั้งวันให้เป็นไปตามที่ควรจะได้รับนั้น ถ้าหากคุณได้รับพลังงานในวันนั้นมากเกินไป เราต้องมีกิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหวและออกแรง หรือการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นนะคะ เพื่อให้มีการเผาผลาญพลังงานได้สูงขึ้น เพื่อให้เกิดการสมดุลกันของพลังงานนั่นเองค่ะ


www.decoyblitz.com | เทคนิคการลดความอ้วน | คลิกที่นี่